แคตตาล็อกฟิล์มกรองแสง

คู่มือติดฟิล์มกระจกบ้าน

เหมาะสำหรับคนที่บ้านร้อน และกำลังหาข้อมูลฟิล์มติดกระจกบ้าน
สิ่งที่คุณจะได้รู้เมื่ออ่านจบ

  • รู้สาเหตุว่าบ้านร้อนจากอะไร
  • เกี่ยวกับค่ากันร้อนที่บริษัทฟิล์มไม่อยากให้คุณรู้
  • DIY ติดฟิล์มเองง่าย ๆ ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้รอบตัว
  • การกะงบประมาณคร่าวๆถ้าอยากจ้างช่างมาติดฟิล์มที่บ้าน
เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกแสงUVทำร้าย

รู้จักความร้อนที่ผ่านกระจกเข้ามาในบ้านคุณ

แสงแดดที่ผ่านกระจกเข้ามา นอกจากรังสี UV แล้วยังมีรังสีที่มีคลื่นความร้อนติดมาด้วยเราเรียกว่ารังสีอินฟาเรด
ด้วยเหตุนี้ คุณจะพบว่าถ้าแดดส่องเข้ามาโดนสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะร้อนขึ้น เพราะมันดูดซับรังสีเหล่านี้เอาไว้
ผมจึงอยากแนะนำให้คุณรู้จักรังสีความร้อนซักนิด ก่อนจะเข้าเรื่องฟิล์มที่จะใช้ติดกระจกบ้านคุณ

แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในบ้านมี 3 ลักษณะ

1.แบบทางตรง คือ แดดที่พุ่งจากดวงอาทิตย์ตรงมาที่กระจก

2. แบบทางอ้อม เป็นลักษณ์ของแสงแดดที่ตกใส่ที่อื่นแล้วสะท้อนเข้าบ้านเรา เช่น หลังคาเมทัลชีท,ตึกสีขาว, ลานปูนกว้าง ๆ เป็นต้น

3 โดนทั้งทางตรงและทางอ้อมเลย

อ้าว! แดดมันก็ร้อนเหมือนกันแหละ แล้วจะมาเล่าให้ฟังทำไม?

ไอ้ที่ว่าร้อนเหมือนกันก็ถูกต้องแล้วครับ แต่ที่เราจำแนกมันออกมาเพราะมันมีผลกับชนิดของฟิล์มที่เราจะเลือกใช้

ขออนุญาตเปิดตัววายร้ายตัวจริงที่อยู่ในแสงแดด

ขยายความจากที่เกริ่นไว้ข้างต้นคือ แสงแดดที่ส่องลงมา มีส่วนประกอบ

4% – เป็นรังสี UV มีความยาวคลื่น 0-380nm

43% – แสงที่ตามองเห็นได้ มีความยาวคลื่น (380nm-780nm)

53% – รังสีอินฟราเรด มีความยาวคลื่น 780nm-2500nm (วายร้ายตัวจริง)


จะรู้ไปทำไมว๊า….

จากข้อมูลข้างต้น เจ้ารังสีอินฟาเรดนั้น มีช่วงความยาวคลื่น ตั้งแต่ 780-2500nm ฟิล์มที่ดีจึงต้องป้องกันได้ครอบคลุมตลอดความยาวคลื่นยังไงหล่ะ

ขอดราม่าซักหน่อยก็คือว่า ฟิล์มที่ทำได้แบบนี้ราคาใช้ได้เลย

แต่ไม่ต้องกังวลใจไปครับ เพราะถ้าคุณเข้าใจและสังเกตุลักษณะ ของแสงที่ส่องเข้ามาในบ้านว่าเป็นแบบ ทางตรง, ทางอ้อม, หรือแบบผสม คุณจะประหยัดค่าฟิล์มได้ 3 เท่า  ฟังไม่ผิดครับ 3 เท่า

1. ถ้าแดดส่งตรงเข้ามา ให้ใช้ฟิล์มที่กันความร้อนด้วยการสะท้อนกลับ เช่น กลุ่มฟิล์มปรอท, ฟิล์มเมทัลไลซ์ หรือฟิล์มที่มีส่วนผมของโลหะ เพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามาตรงๆ จะมีอินฟาเรดที่เป็นคลื่นความถี่สูง ฟิล์มแบบที่มีโลหะผสมจะสะท้อนรังสีได้ดี
2. แสงทางอ้อม ใช้ฟิล์มกลุ่มที่ทำงานแบบดูดซับความร้อนจากการแผ่รังสี สาเหตุเนื่องจาก เวลาแดดตกกระทบลงไปบนพื้นปูนหรือหลังคาข้างบ้าน แสงแดดจะเปลี่ยนสภาพจากคลื่นความถี่สูงเป็นความถี่ที่ต่ำกว่า ซึ่งฟิล์มที่เหมาะกับหน้างานแบบนี้ คือกลุ่มฟิล์มคาร์บอน ฟิล์มเซรามิค ฟิล์มวันเวย์บางแบบ

3.ถ้าโดนแบบผสม บอกเลยว่าสุด ๆ แนะนำให้ใช้ฟิล์มแบรนด์ใหญ่ ๆ เพราะถ้าใช้ฟิล์มแบรนด์โนเนม อายุการใช้งานจะสั้นลง เช่นเขาบอกว่ารับประกัน 7 ปี ใช้ได้จริงไม่เกิน 5 ปี ซึ่งร้านเราจะอธิบายตรงๆ กับลูกค้าไปเลยครับ

ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันร้อนได้อย่างไร

บริษัทฟิล์มชั้นนำส่วนใหญ่ จะแยกแคตตาล็อกฟิล์มติดรถยนต์ กับฟิล์มอาคาร ออกจากกันแต่จะเอาฟิล์มรถมาติดกระจกบ้านก็ไม่ผิดอะไรครับ แต่บริษัทใหญ่ ๆ ส่วนมากจะลดระยะเวลาการรับประกัน

ฟิล์มกรองแสงในตลาดกันความร้อนแบบนี้ครับดูตามภาพเลย

อธิบายตามภาพก็คือ แสงที่ส่องผ่านกระจกที่ติดฟิล์มแล้ว ความร้อนส่วนหนึ่ง จะสะท้อนออกไป ส่วนหนึ่งจะสะสมอยู่ที่ตัวฟิล์มและกระจก โดยเมื่อความร้อนถึงสะสมจุดหนึ่ง ก็จะมีการคายตัวออกมาจากกระจกทั้งภายนอกและภายใน

ถ้าฟิล์มสะท้อนความร้อนได้เยอะ ความร้อนสะสมก็จะเกิดขึ้นช้า

ถ้าฟิล์มดูดความร้อนเก่ง ความร้อนสะสมก็จะเกิดขึ้นเร็ว ไม่มีถูก ไม่มีผิดนะครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะแดดที่ส่งเข้ามาตามที่ได้เขียนไว้บทก่อนหน้านี้

ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันร้อนได้อย่างไร

บริษัทฟิล์มชั้นนำส่วนใหญ่ จะแยกแคตตาล็อกฟิล์มติดรถยนต์ กับฟิล์มอาคาร ออกจากกันแต่จะเอาฟิล์มรถมาติดกระจกบ้านก็ไม่ผิดอะไรครับ แต่บริษัทใหญ่ ๆ ส่วนมากจะลดระยะเวลาการรับประกัน

ฟิล์มกรองแสงในตลาดกันความร้อนแบบนี้ครับดูตามภาพเลย

(รูปกระจกมีแสงผ่าน)

อธิบายตามภาพก็คือ แสงที่ส่องผ่านกระจกที่ติดฟิล์มแล้ว ความร้อนส่วนหนึ่ง จะสะท้อนออกไป ส่วนหนึ่งจะสะสมอยู่ที่ตัวฟิล์มและกระจก โดยเมื่อความร้อนถึงสะสมจุดหนึ่ง ก็จะมีการคายตัวออกมาจากกระจกทั้งภายนอกและภายใน

ถ้าฟิล์มสะท้อนความร้อนได้เยอะ ความร้อนสะสมก็จะเกิดขึ้นช้า

ถ้าฟิล์มดูดความร้อนเก่ง ความร้อนสะสมก็จะเกิดขึ้นเร็ว

ไม่มีถูก ไม่มีผิดนะครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะแดดที่ส่งเข้ามาตามที่ได้เขียนไว้บทก่อนหน้านี้

ฟิล์มติดกระจกบ้านมีกี่ประเภท

ถ้าแบ่งตามกระบวนการผลิตหลัก ๆ ในตลาด มี 4 ประเภท

  1. ฟิล์มย้อมสี (Tint Film)  เป็นฟิล์มที่ใช้การเคลือบสีลงไปบนเนื้อฟิล์มเพื่อให้เกิดความเข้มอ่อน เป็นที่มาของคำเรียกสมัยก่อนว่า ฟิล์มกรองแสง ใช้ความเข้มเพื่อลดปริมาณแสง แต่มีผลพลอยได้ คือ ความร้อนที่ลดลงเพราะแสงแดดผ่านเข้ามาน้อย แต่โดยเฉลี่ยฟิล์มที่เข้มสุดยังกันความร้อนได้เพียง 50% นิดหน่อย ปัจจุบันยังมีขาย และราคาถูกมาก
  2. ฟิล์มเมทัลไลซ์ (Metalized) ฟิล์มเหล่านี้มีโลหะเช่น นิกเกิล ทองแดง อะลูมิเนียม หรือแม้แต่ทองคำ ในการเคลือบชั้นเพื่อป้องกันความร้อน โดยความสามารถของการกันความร้อนนอกจากชนิดของโลหะแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของโลหะที่เคลือบลงไปในแต่ละตารางนิ้วด้วย
  3. ฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film) เคลือบด้วยคาร์บอน ทนต่อการซีดจางได้ดี กันความร้อนได้สูง
  4. ฟิล์มเซรามิค (Ceramic Film) ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ป้องกันรังสีอินฟาเรดได้สูง มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและใช้ดีมาก ๆ สำหรับบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีเกลือทะเลลอยอยู่ในอากาศ


ตีแผ่ค่ากันความร้อนของฟิล์มที่แท้จริง

ท่านที่กำลังมองหาฟิล์มติดกระจกบ้าน จะพบว่ามีฟิล์มมากมายในตลาด ชูจุดขายที่ค่ากันรังสีอินฟาเรด หรือ IR ซึ่งวันนี้ พ.ศ. 2565 มีฟิล์มที่ประกาศว่าตัวเองกันรังสีอินฟาเรดได้ 99% เรียบร้อยแล้ว ถ้ามองผ่าน ๆ คือ แทบจะไม่มีความร้อนหลุดเข้ามาได้เลย

พอผนวกกับเซลส์ขายฟิล์มหลายคนเลี่ยงบาลี เรียกตัวเลขของค่า IR เหล่านี้ว่า ค่ากันรังสีความร้อน  แทนค่ากันร้อนรวมหรือค่า TSER

ตอกย้ำความน่าเชื่อถือด้วยการหยิบเครื่องวัดค่าอินฟาเรดโชว์ให้ลูกค้าดูว่าทำได้จริง

อนิจา….

ผมขอทบทวนข้อความก่อนหน้านี้ที่ผมอธิบายว่ารังสีอินฟาเรด มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่  780-2500nm

ซึ่งตอนนี้ฟิล์มที่มีค่ากันรังสีอินฟาเรดสูง ๆ แต่ราคาถูก ส่วนมากจะกันรังสีได้ช่วงคลื่นแค่ 900nm-1100nm เท่านั้น  นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าได้ฟิล์มสเป็คสูงในราคาถูก

โดยเครื่องมือวัดแบบพกพาที่นำไปเสียบเทสให้คุณดู ก็มักจะทำงานได้ดีแค่ช่วงคลื่นที่ฟิล์มตัวเองทำได้ดี พอไปเอาเครื่องวัดของบริษัทอื่นมาเสียบ ค่าที่ได้ก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง

ถ้าเอาฟิล์มโลคอลแบรนด์ที่ชื่อไม่คุ้นหูกับยี่ห้อที่วางขายทั่วโลก มาวางคู่กัน เราจะเห็นได้ชัดว่า ค่ากันความร้อนรวมหรือค่า TSER ของฟิล์มโลคัลแบรนด์ จะสูงกว่าฟิล์มที่วางขายทั่วโลกอยู่มาก

ดังนั้น เวลาจะเทียบฟิล์มโลคัลแบรนด์ด้วยค่า TSER ให้เทียบในแบรนด์เดียวกัน เอาแค่รหัสไหนกันร้อนได้มากกว่ารหัสไหนพอ ไม่สามารถเทียบข้ามแบรนด์ได้ครับ

วิธีกำหนดสเป็คฟิล์ม เพื่อเอาไว้คุยกับช่าง

ถ้าคุณไม่เคยติดฟิล์มมาก่อน หรือยังไม่เคยเห็นแคตตาล็อกฟิล์มกรองแสงอาคาร ให้ท่องในใจว่า “ความสามารถในการกันความร้อนของฟิล์ม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้ม” กล่าวคือ ฟิล์มใสกว่าก็สามารถมีค่ากันความร้อนดีกว่าได้

ขั้นตอนการติดฟิล์มกระจกบ้านด้วยตัวเอง (DIY)

เริ่มตั้งโจทย์ดังนี้ :

1. บ้านของคุณร้อนเพราะแดดส่องมาตรง ๆ หรือสะท้อนมาจากสิ่งแวดล้อมข้างเคียง โดยพิจารณาทีละห้อง เพราะเราไม่จำเป็นต้องติดฟิล์มรุ่นเดียวกันทุกห้อง เช่น ห้องนั่งเล่นอาจติดใสหน่อย ห้องนอนติดเข้มสุด ก็ได้
โดยเพียงแค่คุณเลือกฟิล์มซี่รี่เดียวกัน เพื่อให้คุมเฉดสีของบ้านทั้งหลัง

2. คุณต้องการความเป็นส่วนตัวหรือไม่ ความหมายคือติดฟิล์มที่ไม่ให้คนข้างนอกมองเห็นข้างในแต่คนข้างในมองเห็นข้างนอก

3. ภาพลักษณะภายนอก หลังจากติดฟิล์มแล้วอยากให้บ้านมีสไตล์แบบไหน เช่น ไม่อยากให้เปลี่ยนมาก, อยากให้ดูคลาสสิก, อยากให้ดูทันสมัยขึ้น เป็นต้น

ตั้งโจทย์ง่าย ๆ เท่านี้เลยครับ แล้วจากนั้นก็เรียกช่างให้เอาฟิล์มกรองแสงมาให้เลือก

วิธีเลือกฟิล์มติดกระจกบ้าน

หลังจากตั้งสเป็ดในใจไว้แล้ว เมื่อช่างมาถึงก็ไล่ช่างไปวัดกระจกซะ แล้วขอตัวอย่างฟิล์มไว้ ระหว่างรอช่างก็ให้คุณทำแบบนี้ครับ

1 ยกฟิล์มขึ้นมาส่องดูว่าเมื่อมองผ่านฟิล์มแล้วเฉดสีไหนที่ทำให้เรารู้สึกสบายตา ทำเหมือนคุณกำลังเลือกแว่นกันแดดเลยครับ ชอบโทนเขียว โทนชา โทนฟ้า โทนเทา เลือกเอาซักโทน

2 ยกฟิล์มขึ้นส่องดูความสว่างและเฉดสีที่เราชอบ แล้วดู่ว่าแบบที่เราชอบมียี่ห้ออะไรบ้าง เช่น เราชอบสีเขียว V-Kool ไม่มีสีเขียวคุณก็แยกออกไป ไม่ต้องดูอีก เหลือ Hi-Kool กับ Wintech เอาไว้เทียบกัน ทำให้ง่ายไม่ต้องกลับไปกลับมา
หมายเหตุ ในทางกลับกัน ถ้าคุณไม่ติดเรื่องเฉดสี และอยากได้แบรนด์ที่เชื่อใจได้ ให้คับแบรนด์ที่ไม่ชอบออกแทน

3 ถ้าคุณต้องการติดฟิล์มเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้อ่านข้อนี้ ถ้าไม่เน้นความเป็นส่วนตัว ให้ข้ามไปข้อ 4
            เพื่อไม่ให้คนข้างนอกมองเข้ามาเห็นข้างใน ทำได้ 2 วิธี คือ ใช้ความเงาของฟิล์มหรือใช้ความเข้มของฟิล์มช่วย

            ฟิล์มชนิดเงา หรือฟิล์มปรอทนั้น ให้ใช้ฟิล์มปรอทด้านเดียวหรือที่เรียกว่า ฟิล์มปรอทนอก บางครั้งก็เรียกว่าฟิล์มวันเวย์ ก็ได้เช่นเดียวกัน ข้อได้เปรียบของฟิล์มปรอทคือมีให้เลือกหลายความเข้มเช่น แสงส่องผ่าน 15% 10% 5% ซึ่งได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน

            ฟิล์มดำ หรือฟิล์ม 80% ส่วนมากจะมีค่าแสงส่องผ่านราว 3-8%  ซึ่งจัดว่าแสงผ่านได้น้อย แต่ก็มีข้อดี สำหรับบ้านที่กังวลเรื่องเงาสะท้อนจะไปกระทบบ้านอื่น

4 เมื่อคุณได้เฉดสี และความเข้มอ่อน ที่ต้องการแล้ว ให้คุณดูค่ากันความร้อนรวม ของฟิล์มที่คัดเอาไว้ว่าอันไหนค่ากันร้อนถูกใจ โดยการเปรียบเทียบ ถ้าอันหนึ่งเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง 3M เทียบกับแบรนด์โลคอลเช่น MKool ก็ให้ลดค่ากันร้อนลงประมาณ 15% เช่น MKool  บอกค่ากันร้อน 70% ก็ให้เอามาลบ 15 จะเหลือ 55% แล้วค่อยเอาไปเทียบกับ 3M

5 ที่เหลือเป็นปัจจัยในเรื่องราคา หลักโดยอนุมานก็คือว่า ถ้าฟิล์มกันความร้อน 60% เท่ากัน ฟิล์มที่ราคาสูงกว่า จะยืนระยะของประสิทธิภาพได้ยาวกว่า

            ยกตัวอย่าง ฟิล์มราคาถูกกับแพงกว่า ในวันแรก อาจจะกันความร้อนได้เท่ากันที่ 60% แต่ผ่านไป 1 ปี ประสิทธิภาพตัวแพงอาจลดเหลือ 58 ในขณะที่ตัวถูกเหลือ 55 % ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการหลุดร่อนแต่ประการใด เพราะว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีของกาว ก้าวหน้าทันกันหมดแล้ว ต่างที่เนื้อฟิล์มกับตัวที่เคลือบกันความร้อน

เตรียมอุปกรณ์ง่าย ๆ ตามรูปได้เลยครับ

1 ฟ็อกกี้ฉีกน้ำ ร้านทุกอย่าง 20 บาทมีขาย

2 ยางรีดทำความสะอาดกระจก ที่ IKEA อันละ 69 บาทใช้ดีมาก

3 คัทเตอร์ ทั่วๆ ไป

4 เกียงรีดฟิล์ม ถ้าไม่มี เอาบัตรเครดิตเก่าๆ มาใช้แทนก็ได้

5 ทิชชู่ ขอเป็นทิชชู่แบบหนาใช้ซับน้ำมันเวลาทำอาหาร

6 แชมพูสระผม

จริงๆ ขั้นตอนสามารถหาดูได้ตามในยูทูป แต่เดี๋ยวผมสรุปทิปแอนด์ทริ๊กที่คลิปในยูทูปไม่มีสอนให้นะครับ

เพราะเนื้องานที่เกินแรงที่สุดของการติดฟิล์มก็คือการทำความสะอาดกระจก ส่วนการลอกฟิล์ม แปะฟิล์ม จนกระทั่งรีดน้ำออกมา มันง่ายดูคลิปแล้วทำตามได้เลย

งานติดฟิล์มจะยากหรือง่ายอยู่ที่ตรงขอบกระจก เพราะมีผลต่อการกรีดฟิล์มให้ชิดขอบ สวยงาม หากกรีดไม่ดี จะเกิดช่องแสง ไม่สวย แถมยังแยงตา น่ารำคาญ
อยากให้คุณลองดูที่ขอบกระจกบ้านคุณว่า เป็นแบบใดแบบหนึ่งในนี้หรือเปล่า

– กรอบกระจกอลูมิเนียมอัดขอบด้วยเส้นยางสำเร็จรูป แบบนี้คือง่ายที่สุด เพียงกรีดชิดขอบตามแนวยางก็ได้งานที่สวยงามแล้ว

– กรอบเหล็กหรืออลูมิเนียมยาด้วยซิลิโคน อันนี้ยากขึ้นมาอีกเลเวลหนึ่ง เนื่องจากกาวของฟิล์มไม่ยึดติดกับซิลิโคน คุณจะแปะทับเลยไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องมีการเฉือนเนื้อซิลิโคนที่ปลิ้นออกมาให้เป็นแนวตรง เพื่อช่วยให้เกิดแนวในการกรีดฟิล์ม
(ภาพ)

– กระจกในกรอบไม้ อันนี้ยากมาก เพราะเวลาเรารีดน้ำออกจากฟิล์ม น้ำจะซึมเข้าใส่ยาแนวริบกระจกที่เป็นเหมือนผงแป้ง และน้ำนั่นเองจะพาแป้งเหล่านั้นย้อนกลับมาอยู่ใต้ฟิล์ม แต่ถ้าไม่ซีเรียส คำแนะนำคือ ให้กรีดฟิล์มจนพอดีกับกระจกก่อนลอกแผ่นด้านหลัง แล้วค่อยลอกกาวแปะเข้าไป โดยไม่ต้องกรีดอีกครั้ง จึงจะช่วยลดปริมาณฝุ่นได้